แววภาคภูมิปรากฏเพียงวูบ สีหน้ามันกลับกลายเป็นเคร่งเครียดจริงจัง กล่าวเสียงแน่นหนัก
"ผู้เยาว์ย่อมทราบอาวุโสชื่อเสียงโด่งดัง สมควรเชื่อถือได้"
อาวุโสแซ่อี้รับคำอืม จะอย่างไรมันมีประสบการณ์นานปี ย่อมมีปฏิภานเข้าใจความหมายนี้ ซือแป๋เด็กหนุ่มนี้เป็นหนึ่งในหกสุดยอดฝีมือ ครั้งนั้นมีชื่อเสียงเคียงข้างกระบี่ปาฏิหาริย์ หากจะมีผู้ใดทำมันรับบาดเจ็บถึงสาหัส สมควรมีฝีมือร้ายกาจ มิเช่นนั้นต้องมีกำลังพลไม่น้อย จะอย่างไรข่าวนี้ปิดเงียบ แม้แต่มันเองคบหาสหายกว้างขวางยังไม่ล่วงรู้ กระบี่สังหารเก้าก้าวครั้งโลดแล่นบู๊ลิ้มสังคารค่ายอธรรมทลายรังโจรนับไม่ถ้วน หากแพร่งพรายเรื่องมันบาดเจ็บสาหัสออกไป ต่อให้เยี่ยมยุทธกว่านี้ก็อย่าหมายมีชีวิตรอด นี่จึงเป็นความลับสุดยอดแน่แล้ว
มันจ้องมองสีหน้าจริงจังเด็กหนุ่มต้องลอบทอดถอนใจ มันมีความกตัญญูต่อซือแป๋มันนัก แต่เรื่องราวคราวนี้จะอย่างไรมิใช่เรื่องเล็ก ข่าวคราวที่ตนมีแม้มีประโยชน์แต่ก็คล้ายไม่มี
"น้องเราอย่ากังวล เรื่องราวนี้เราให้สัจจะไม่แพร่งพรายผู้ใด ทว่าเราเสียใจที่ไม่อาจช่วยเหลือใดเจ้าได้มากนัก"
อาวุโสแซ่อี้ส่ายหน้ากล่าวสืบต่อ
"เท่าที่เราทราบมา หมอพิสดารนี้อาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง เราเคยพบมันคราหนึ่ง พอย้อนกลับไปกลับไม่อยู่ที่นั่นแล้ว ทั่วบู๊ลิ้มหากจะมีผู้ใดเสาะหาหมอเทวดานี้พบ ผู้นั้นสมควรเป็นหลานชายห่างๆของเรา 'บินเดี่ยวพันลี้' อี้ฟง!"
กระบี่ขลุ่ยหยกสีหน้าประหลาดใจ สอบถามบุคคลนี้เป็นผู้ใด หากเป็นหลานชาย ใช่อาวุโสแซ่อี้เรียกหามาพบหรือไม่
เศรษฐีอี้ส่ายหน้าท้อแท้ "ขึ้นชื่อเป็นหลานเรา กลับเป็นเพียงใช้แซ่เดียวกันเท่านั้น พบปะพูดคุยกันยังนับครั้งได้ เจ้าท่องบู๊ลิ้มไม่นานไม่แปลกไม่รู้จักมัน วิชาฝีมือคนผู้นี้สูงต่ำเท่าใดยังไม่กระจ่าง หากบัดนี้ตำแหน่งตัวเบาอันดับหนึ่งย่อมเป็นของมันแน่นอนแล้ว!"
พูดจบต้องส่ายหน้าอีกครา บอกกล่าวผู้สมญาบินเดี่ยวพันลี้ไม่แน่ว่าตามหาง่ายกว่าหมอเทวดา ข่าวครานี้มีกลับเหมือนไม่มีแล้ว
กระบี่ขลุ่ยหยกยามนี้สีหน้ามันกลับเป็นท้อแท้อีกครา เอ่ยถามเสียงอ่อนล้า "หรือนี่ไม่มีหนทางจริงๆ ต้องอาศัยเพียงบุญวาสนา?"
"กลับยังมีอีกผู้คนหนึ่ง แต่ไม่แน่ว่าสบายกว่าเสาะหาอี้ฟง"
"เป็นผู้ใด"
"เป็นยิ้มสังหาร!"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครา บรรยากาศตึงเครียด ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำใด ยิ้มสังหารผู้นี้เป็นบุคคลประเภทใด แม้แต่ผู้เริ่มต้นออกท่องบู๊ลิ้มยังคงทราบชื่อเสียง
หลายปีมานี้หกสุดยอดฝีมือไร้ร่องรอยผู้พบเห็น หนึ่งในนั้น กระบี่ปาฏิหาริย์ ก็ถึงแก่กรรมไปหลายปี สำนักใหญ่มาตรฐานเสียวลิ้ม บู๊ตึง ง่อไบ๊ หันสู่ทางธรรม น้อยนักออกท่องบู๊ลิ้ม มาตรว่ามียอดฝีมือซุกซ่อน ยังไม่ประกอบวีรกรรมลือลั่นเช่นเก่าก่อน ยอดฝีมือหน้าใหม่ทยอยปรากฏ เริ่มสั่งสมชื่อเสียง ทว่าในหมู่คนหนุ่มสาวยุคใหม่ผู้ที่ลือลั่นเด่นล้ำกว่าใครสมควรเป็นยิ้มสังหารผู้นี้เอง
อายุอานามคนผู้นี้ไม่เกินยี่สิบปี พกพาอาวุธประหลาด อุปนิสัยใจคอยิ่งแปลกประหลาดนัก แย้มยิ้มโอภาปราศัยตลอดเวลา ไปที่ใดผูกมิตรได้ที่นั่น ไม่นิยมหาเรื่องราวแก่ผู้ใด กลับนิยมร่ำสุราเป็นนิจ
ทว่ายามชักอาวุธออกคราใดไม่พ้นต้องมีผู้บาดเจ็บล้มตาย แม้คนผู้นั้นเพิ่งร่วมดื่มกินกับมัน!
สมญายิ้มสังหารย่อมหมายถึงใบหน้าแย้มยิ้มที่ไม่เปลี่ยนแปลงแม้ยามชักอาวุธ ไม่ว่าคู่มือร้ายกาจเพียงใด การต่อสู้ตึงเครียดขนาดไหนย่อมไม่นำพา ทุกผู้ที่เคยพบเห็นมันต่างยืนยันไม่เคยพบมันทำสีหน้าอื่นนอกจากแย้มยิ้ม และต้องไม่ใช่ยิ้มเหยียดหยามดูถูกคู่มือมันแน่นอน อันที่จริงมันไม่เคยดูถูกใคร ฝีมือสูงต่ำเพียงไหน มันล้วนลงมือโดยสุดกำลัง กลับไม่เคยยั้งมือไว้ไมตรี
นิสัยประหลาดอีกประการของมันคือ ขอเพียงตนเองลงมือสุดกำลัง ผู้เป็นคู่มือจะมีชีวิตรอดหรือไม่ มันกลับไม่ใคร่ใส่ใจนัก สิ้นสุดกระบวนท่า รู้ผลแพ้ชนะ แม้ไม่ล้มตาย มันก็ไม่คิดซ้ำเติม แต่หากกระบวนท่าไม่สิ้นสุด แม้หมดทางสู้แล้ว มันก็ยังไม่หยุดมือ
เหตุนี้ผู้ที่เหลือรอดจากเงื้อมมือมันจึงมีมากเท่าๆผู้จบชีวิตใต้คมเคียวพิสดาร เรื่องราวบอกเล่าฝีมือสูงส่งมันจึงมาจากปากคำคนเหล่านี้เอง บ้างต้องพิการ บ้างครบสามสิบสอง สิ่งเดียวที่ทุกผู้กล่าวเป็นเสียงเดียวกันคือ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จงเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ายิ้มสังหาร!
ไม่ช้าตำแหน่งมือสังหารอันดับหนึ่งก็ถูกยกให้กับมันนั่นเอง
เหตุนี้จึงมีผู้พบเห็นมันดื่มกินร่วมโต๊ะกับผู้อื่นน้อยลงทุกวัน ทว่าสีหน้ามันยังคงแย้มยิ้มอยู่เสมอ บางครั้งยังชักชวนเสี่ยวเอ้อโรงเตี๊ยมนั่งคุยกับมัน
ที่น่าประหลาดที่สุดคือข่าวคราวล่าสุด มีผู้พบเห็นมันดื่มกินกับกระบี่ประกายแสงเนียเสี่ยวฟงอย่างสนิทสนม เล่าลือกันมันเรียกขานนางเป็นซือเจ้ (ศิษย์พี่หญิง) ยังสร้างความฉงนฉงายแก่ผู้คนทั้งบู๊ลิ้ม ส่งผลให้ข่าวลือเกี่ยวกับมันดังหนักข้อขึ้นเรื่อยๆแล้ว
กระบี่ขลุ่ยหยกแม้นมีความมั่นใจในฝีมือตนเองอยู่หลายส่วน แต่กับคนผู้นี้มันยังไม่กล้าประมาท ก่อนธุระสำคัญช่วยเหลือซือแป๋มันสำเร็จมันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับตัวอันตรายใดทั้งสิ้น รับฟังจากอาวุโสแซ่อี้คราวนี้นับว่าสร้างความลำบากใจแก่มันแล้ว
ฉุกคิดแล้วจึงเอ่ยถาม "เหตุใดอาวุโสเข้าใจว่ายิ้มสังหารผู้นี้นำพาข้าพเจ้าพบหมอเทวดาได้"
"นี่เช่นกันย่อมเป็นข่าวลือ คนผู้นี้ข่าวลือมากมายนัก บ้างว่าเป็นซือตี๋ของกระบี่ประกายแสง บ้างว่าแท้จริงเป็นศิษย์พรรคทศพิษ ยังมีข่าวว่าคบหาสนิทสนมหมอเทวดาหวูจินเซิ่น ทว่าแหล่งข่าวเรานี้มีความน่าเชื่อถืออยู่เจ็ดส่วน สมควรดำเนินการอย่างไร สุดแต่น้องเราคิดอ่าน"
ผู้เยาว์แซ่หลี่ส่งเสียงอืม ก้มหน้านิ่งใช้ความคิด มันยังไม่มั่นใจใช่ควรเสาะหาหมอเทวดาต่อไปสุดแต่บุญวาสนา หรือตามหาบินเดี่ยวพันลี้อี้ฟง ซึ่งก็ไม่แน่ว่าพบเจอโดยง่ายดาย ผู้ที่พบพานง่ายดายเช่นยิ้มสังหารกลับควรหลีกเลี่ยงมากกว่าเสาะหา ในอกมันตอนนี้คล้ายมีหินถ่วงพันชั่ง หนักอึ้งยิ่งนัก
อาวุโสแซ่อี้ย่อมสังเกตประการนี้ เอ่ยเชื่อเชิญมันพักผ่อนสักคืน กิ่นอิ่มสักหลายมื้อ จากนั้นคิดอ่านประการใดตนย่อมช่วยเหลือเท่าที่สามารถเอื้ออำนวย
กลับไม่มีแม้แต่ผู้เดียวพบเห็นเงาไหววูบดุจภูตพรายทางเบื้องนอกหน้าต่างนั้น
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ร่มสีแดงสดสะดุดตายามนี้หุบลงชี้ต่ำข้างตัว คันร่มยังกระชับในมือมั่น เสื้อผ้าสีแดงฉานทะมัดทะแมงเด่นสะดุดตา ผู้สวมใสกลับมีใบหน้าคมสะคราญสะดุดตายิ่งกว่า ผู้มาเยือนโรงเตี๊ยมบุปผาแดงยามค่ำคืนครานี้สร้างความคึกครื้นทันทีที่มีผู้สังเกตุเห็นว่านี่คือมือกระบี่หญิงที่มีศักดิ์ศรีไม่ด้อยกว่ายิ้มสังหารผู้ลือลั่น
ยามนี้แม้แต่กระบี่ประกายแสงเนียเสี่ยวฟงเองก็มายังที่นี้แล้ว ที่นี่จึงนับเป็นแหล่งซุ่มซ่อนมังกรพยัคย์โดยแท้
ใบหน้านางแม้ไม่คล้ายบูดบึ้งก็ไม่อาจนับว่ายิ้มแย้ม ดวงตาคมคู่งามราวจะกรีดบาดทุกสิ่งที่นางกวาดตามอง ท่วงท่าปลอดโปร่งกิริยาแช่มช้า กลับคล่องแคล่วว่องไว บ่งบอกตัวเบาของนางไม่อาจดูแคลน
ก่อนนางก้าวขึ้นได้ถึงครึ่งชั้นที่สอง แว่วเสียงเสี่ยวเอ้อร้องเรียกนางไล่หลังมา
"มีนายท่านผู้นึงกำชับข้าพเจ้าไว้ ยามเย็นจะมีสตรีพกพาร่มกระดาษสีแดงมาถึงที่นี้ ให้มอบจดหมายนี่ให้ท่านผู้นั้น"
พูดจบยื่นซองจดหมายไม่จ่าหน้าซองหนึ่งให้กับนางอย่างประหม่า เสร็จแล้วหันหน้ากลับไปอย่างร้อนรน ไม่ทราบเพราะชื่อเสียงของนาง หรือตกประหม่ารูปโฉมงดงามกันแน่
เนียเสี่ยวฟงรับซองจดหมายนั้นมาอย่างฉงน เลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง แกะซองหยิบจดหมายภายในขึ้นมาอ่าน
ลายมือเป็นระเบียบเขียนไว้เพียงสั้นๆว่า
'ข้าพเจ้าไม่ทราบข่าวสิ่งที่ท่านต้องการ เนียโกวเนี้ยอย่าเสียเวลาเลย'
อ่านจบนางแค่นเสียงเฮอะ ขยำจดหมายยับยู่ยี่ พูดโพล่งออกมากับตนเอง
"ขนาดข้าเดินทางมา จะถึงที่นี่เวลาไหน ต้องการสอบถามเรื่องราวใด เจ้ายังคงรู้ มีหน้ามาบอกไม่ทราบข่าวคราวใด อี้ฟง อย่าคิดว่าข้าเลิกติดตามเจ้าโดยง่ายดาย!"
edit @ 17 Jan 2008 14:38:18 by เป๋าเป่า
edit @ 17 Jan 2008 14:38:42 by เป๋าเป่า